หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2556

เรือสำปั้น

 

เป็นชื่อเรือต่อชนิดหนึ่ง ใช้เป็นพาหนะสำหรับอาศัยไปมา หรือบรรทุกสิ่งของสินค้าขึ้นล่องทางน้ำ โดยการแจวหรือพาย
เรือสำปั้นของไทยในชั้นเดิมสันนิษฐานว่า ได้แบบอย่างจากเรือของจีน เป็นเรือต่อด้วยไม้กระดานแผ่นยาวพอประมาณ จำนวนสามแผ่นประกอบเข้าเป็นลำเรือ
ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระยาสุริยวงศ์มนตรี (ดิศ บุนนาค) ได้คิดดัดแปลงเรือสำปั้นเรียกว่าเรือสำปั้นแปลง โดยเพิ่มกระดานที่นำมาต่อเรืออีกสองแผ่น รวมเป็นห้าแผ่น ลักษณะท้องเรือค่อนข้างมน กลางลำป่องเป็นกระพุ้ง หัวและท้ายเรือเพรียว ส่วนท้ายเรืองอนเชิดขึ้นสูงกว่าหัวเรือ  ต่อมาได้คิดต่อให้ใหญ่และยาวขึ้นเป็น 7 - 8 วา และต่อมาได้ต่อได้ยาวถึง 14 - 15 วา ใช้กันแพร่หลายเป็นลำดับมา ในชั้นหลังใช้ไม้สักแทนไม้ฉำฉา
เรือสำปั้นขนาดย่อม ใช้กำลังคนพายท้ายเรือ และหัวเรือแห่งละคน ส่วนเรือสำปั้นขนาดใหญ่ และยาวมากมักใช้แจวแทนพาย อาจมีหนึ่งแจว หรือสองแจว แต่บางลำใช้หกหรือแปดแจวก็มี
ต่อมาได้มีการต่อเติม และดัดแปลงให้มีรูปลักษณะและสิ่งประกอบต่าง ๆ ตามความนิยม และประโยชน์ใช้สอย จึงมีเรือสำปั้นต่างชนิด และเรียกชื่อต่าง ๆ กันเช่น

เรือสำปั้นเพรียว หรือเรือเพรียว เป็นเรือสำปั้นขนาดเล็กและเพรียว นั่งได้เพียงคนเดียว มีผู้นำไปถวายวัดสำหรับพระภิกษุพายออกบิณฑบาต
เรือสำปั้นประทุน  เป็นเรือขนาดกลาง ติดหลักแจวหนึ่งหรือสองหลัก ตอนกลางลำเรือทำประทุนรูปโค้งกั้นแดดกันฝนต่างหลังคา ใช้สำหรับเดินทางรอนแรมไปไกล ๆ
เรือสำปั้นเก๋ง  เป็นเรือขนาดกลาง และขนาดใหญ่ อาจใช้แจวสี่ถึงแปดแจว กลางลำเรือตั้งเก๋งเครื่องกั้นแดดกันฝน
เรือสำปั้นสวน  เป็นเรือขนาดกลาง ใช้บรรทุกผลิตผลจากสวน
เรือสำปั้นจ้าง หรือเรียกสั้น ๆ ว่า เรือจ้าง เป็นเรือขนาดกลางใช้คนแจวคนเดียว มีทั้งแบบตั้งเก๋งโถงและเรือเปล่า ใช้รับจ้างส่งคนข้ามฟากหรือไปในระยะไม่ไกลนัก
เรือสำปั้นเล็ก ยาวประมาณหนึ่งวาสองศอกถึงสองวา ใช้พายคนเดียว บางทีเรียกเรือคอน มักใช้เป็นเรือพายขายของกินต่าง ๆ
เรือสำปั้นแปลง มีขนาดทั้งเล็ก กลาง และใหญ่ ดัดแปลงขึ้นใหม่ให้เหมาะสม สำหรับขนส่งสิ่งของ โดยทำส่วนกราบเรือทั้งสองข้างสูงขึ้นกว่าปรกติ
ประวัติ

        
         
              เรือกอและเดิมเป็นเรือที่ชาวพื้นเมืองปัตตานีใช้เป็น พาหนะในการเดินทางและทำการประมงยามว่างจากการประกอบอาชีพในยามคลื่นลมสงบ และเวลามีงานนักขัตฤกษ์ของท้องถิ่นชาวเมืองปัตตานี จะนำเรือกอและเข้ามาใช้ประโยชน์ในการพักผ่อนหย่อนใจ โดยนำมาจัดแข่งขันพายเรือ เพื่อชิงความเป็นหนึ่งในด้านความเร็ว
              ที่จังหวัดปัตตานีในสมัยโบราณ มีหมู่บ้านหนึ่งเป็นหมู่บ้านที่ต่อเรือกอและและมีเรือกอและมากที่สุด จนชาวบ้านทุกคนเรียกว่าหมู่บ้านกำปงกอและ ซึ่งหมายถึงหมู่บ้านเรือกอและ ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นหมู่บ้าน “สะบารัง” หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “กดาอาเนาะญอ” แปลว่า “ตลาดมะพร้าว” ซึ่งเป็นชื่อที่ได้ใหม่เมื่อภายหลังจากความนิยมในการต่อเรือกอและลดน้อยลง ทั้งนี้เพราะในหมู่บ้านดังกล่าวอยู่ติดแม่น้ำปัตตานีจึงมีต้นมะพร้าวมากพอๆ กับมีเรือที่จอดอยู่ตามชายฝั่งตลอดแนวแม่น้ำ
               สมัยก่อนที่จังหวัดปัตตานีมีการแข่งขันเรือกอและในวันฮารีรายอ และวันรายอฮัจยี เป็นประจำทุกปี  ต่อมาความนิยมในการต่อเรือกอและขยายไปเกือบทุกจังหวัดที่อยู่ใกล้ทะเลนับ ตั้งแต่ชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกของอ่าวไทย บริเวณอำเภอหัวไทร เขตจังหวัดนครศรีธรรมราชเรื่อลงมายังอำเภอเทพาจังหวัดสงขลา และอำเภอเมือง อำเภอยะหริ่ง อำเภอปะนาเระ อำเภอสายบุรี ของจังหวัดปัตตานี ตลอดอีกหลายอำเภอในจังหวัดนราธิวาส (มัลลิกา คณานุรักษ์. 2544, 71 )
             เรือกอและเป็นเรือประมงที่ใช้ ในแถบจังหวัดภาคใต้ตอนล่างมีลักษณะเป็นเรือยาวที่ต่อ ด้วยไม้กระดานโดยทำให้ส่วนหัวและท้ายสูงขึ้นจากลำเรือให้ดูสวยงาม นิยมทาสีแล้วเขียนลวดลายด้วยสีฉูดฉาดเป็นลายไทยหรือลายอินโดนีเซีย ซึ่งนำมาประยุกต์ให้เหมาะกับลำเรือ เรือกอและมี ๒ แบบคือ แบบหัวสั้นและแบบหัวยาว ขนาดของเรือแบ่งเป็น ๔ ขนาด โดยยึดความยาวของลำเรือเป็นเกณฑ์ในการแบ่ง คือ ขนาดใหญ่ยาว ๒๕ ศอก ขนาดกลางยาว ๒๒ ศอก ขนาดเล็กยาว ๒๐ ศอก และขนาดเล็กมากเรียกว่า "ลูกเรือกอและ" ยาว ๖ ศอกโดยประมาณ และด้านนอกซึ่งค่อนขึ้นไปทางขอบเรือ ทำเป็นขอบนูนออกมาข้างนอก ลักษณะเป็นกันชนของเรือยาวตลอดลำเรือเรียกว่า "ปาแปทูวอ" ที่ตอนล่างของปาแปทูวอทำรอยแซะเนื้อไม้ด้วยกบให้เป็นแนวยาวตลอดลำเรือเรียก ว่า "กอมา" เรือทั้งลำ แบ่งเป็น ๒ ส่วน ส่วนหัวเรียกว่า "ลูแว" ส่วนท้ายเรียกว่า "บูเระแต" ถ้าแบ่งออกเป็น ๓ ส่วน ส่วนหัวเรียกว่า "ปาลอ" ส่วนกลาง (ลำเรือ) เรียกว่า "ตือเราะ" ส่วนท้ายเรียกว่า "ปูงง"

http://narathiwatboat.blogspot.com/p/blog-page.html

How to Make a Sailboat

How to make a model boat

อาชีพนอกกระแส : ช่างทำเรือยาว

วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

โฮมสเตย์ในบางคลองร้อยสาย จังหวัดสุราษฎร์ธานี


ที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท (Home Stay) หมายถึง บ้านพักที่อยู่ในชุมชนชนบท ที่มีประชาชนเป็นเจ้าของบ้าน และประชาชน หรือสมาชิกในครัวเรือนอาศัยอยู่ประจำ และบ้านนั้นเป็นสมาชิกของกลุ่ม / ชมรม หรือ สหกรณ์ ที่ร่วมจัดกันเป็นโฮมสเตย์ในชุมชน โดยนักท่องเที่ยวสามารถเข้าพักร่วมกับเจ้าของบ้านได้ ซึ่งสมาชิกในบ้านมีความยินดีและเต็มใจที่จะรับนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งถ่ายทอดประเพณี วัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่นแก่นักท่องเที่ยวและพานักท่องเที่ยว เที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยว และทำกิจกรรมต่างๆเช่น เล่นน้ำตก ขี่จักรยาน นั่งเรือ เดินป่าศึกษาธรรมชาติ

โฮมสเตย์ในบางคลองร้อยสาย

ภาพที่แนบมา ภาพที่แนบมา


ที่ตั้ง เลขที่ 49 หมู่ 5 ตำบลบางชนะ อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฏร์ธานี ห่างจากตัวเมืองประมาณ 10 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 10 นาที มีบ้านพักทั้งหมด 5 หลัง สามารถรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 40 คน

จุดเด่น สัมผัสบรรยากาศร่มรื่นริมคลอง ล่องเรือชมหิ่งห้อยสองฝั่งแม่น้ำยามค่ำคืน เจ้าของบ้านต้อนรับด้วยอัธยาศัยไมตรี สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ในปัจจุบันสามารถต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ
ภาพที่แนบมา ภาพที่แนบมา


การเดินทาง การเดินทางโดยรถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางสายธนบุรี-ปากท่อ(ทางหลวงหมายเลข 35 ) จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 4 โดยผ่านจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร แล้วเข้าสู่เทางหลวงหมายเลข 41 จนถึงสุราษฏร์ธานี แล้วเข้าซอยศรีวิชัย 26 ตรงไปเรื่อยแล้วจะถึงบ้านพักโฮมสเตย์ และทางเรือลงทางท่าหลังเขื่อนแม่น้ำตาปี เจ้าของบ้านพักโฮมสเตย์จะนำเรือมารับที่ท่าเรือ ซึ่งก่อนการเดินทางเข้าพักสามารถโทรสอบถามข้อมูล และรายละเอียดก่อนการเดินทางกับชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวคลองร้อยสายน้ำตา ปี
ภาพที่แนบมา ภาพที่แนบมา


การ เดินทางโดยรถสารประจำทาง บริษัทขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินรถระหว่างกรุงเทพฯ- สุราษฎร์ธานี ทุกวันใช้เลาในการเดินทาง 11 ชั่วโมง รถออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนราชชนนีรายละเอียดติดต่อโทร. 02-434-5557-8 (รถธรรมดา) และ 02-435-1199,02-435-1200 (รถปรับอากาศ)
กิจกรรมของโฮมสเตย์
การท่องเที่ยวกลางวัน
- สัมผัสวิถีชีวิตของชาวคลองร้อยสายชมการสาธิตการจักรสานงานหัตถกรรม
- นมัสการจากหลวงพ่อข้าวสุก ณ วัดบางใบไม้
- ชิมขนมจากแสนอร่อย และฝึกทำขนมจาก
- อร่อยกับมะพร้าวน้ำหอมและผลไม้นานาชนิดสดจากสวน
- ประทับใจกับลิงแสนรู้ของศูนย์สาธิตการฝึกลิงเพื่อการเกษตร
- เลือกชมและซื้อผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP ที่ผลิตจากชุมชน
- เรียนรู้วิถีชีวิตของประมงพื้นบ้าน ด้วยการหาปลาในแม่น้ำตาปี
- ล่องเรือชมปากแม่น้ำตาปี – สักการะกรมหลวงชุมพรอุดมศักดิ์ – ชมป่าชายเลน
การท่องเที่ยวกลางคืน
- นั่งเรือชมหิ่งห้อยนับล้านตัวที่ต้นลำพูสองฝั่งแม่น้ำตาปี
อัตราค่าบริการ
ค่าที่พัก 100 บาท / คน / คืน
ค่าอาหาร 50 บาท / คน / มื้อ
ค่าเรือในการนั่งชมหิ่งห้อย(6 คน) 300 บาท / ลำ
ติดต่อได้ที่
นายพานุ ชำนาญเมือง ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวคลองร้อยสายน้ำตาปี
ที่อยู่: 49 หมู่ 5 ต.บางชนะ อ. เมือง จ. สุราษฎร์ธานี 8400
โทร: 077–205323, 08–6267-6695


ที่มา http://thai.tourismthailand.org/marketplace/content-147.html

ตำบลบางใบไม้



ตำบลบางใบไม้ เป็นตำบลในอำเภอเมืองจังหวัดสุราษฏร์ธานี มีพื้นที่ 10.14 ตารางกิโลเมตร 6,576 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มมีแม่น้ำไหลผ่าน ตั้งอยู่หางจากที่ว่าการอำเภอเมืองระยะทาง 2 กิโลเมตร ประกอบด้วย 5 หมู่บ้าน มีจำนวนประชากรในเขตอบต. 2,344 คนและจำนวนหลังคาเรือน 984 หลังคาเรือน

ประวัติ
ตำบลบางใบไม้อำเภอเมืองจังหวัดสุราษฏร์ธานีเป็นตำบลที่มีลำคลองเป็นจำนวนมากสองข้างเป็นป่าไม้เบญจพรรณ ในลำคลองจะมีใบไม้ลอยทับถมกันเป็นจำนวนมาก ทำให้น้ำขึ้นลงไม่สะดวกซึ่งเกิดขึ้นในทุกหมู่บ้านทั้งตำบลราษฏรจึงได้ให้ชื่อว่าตำบลบางใบไม้และสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบันนี้


ภูมิศาสตร์
ตั้งอยู่ฝั่งทะเลตะวันออกของภาคใต้ มีแม่น้ำตาปีซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญ ไหลผ่านจากทิศใต้ไปลงทะเลทางทิศเหนือที่อ่าวบ้านดอน
ข้อมูลสถานที่สำคัญของตำบล
    ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลบางไทร อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฏร์ธานี
    ทิศใต้ ติดกับ แม่น้ำตาปี
    ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลบางชนะ อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฏร์ธานี
    ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลบางไทร อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฏร์ธานี
สถานที่ท่องเที่ยว
    องค์การบริหารตำบลบางใบไม้
    วัดบางใบไม้
    โรงเรียนบางใบไม้
    ตลาดกลางการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
    ตลาดนัดบ้านบางไผ่
    สถานีอนามัยตำบลบางใบไม้

cr.http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89