หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

โฮมสเตย์ในบางคลองร้อยสาย จังหวัดสุราษฎร์ธานี


ที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท (Home Stay) หมายถึง บ้านพักที่อยู่ในชุมชนชนบท ที่มีประชาชนเป็นเจ้าของบ้าน และประชาชน หรือสมาชิกในครัวเรือนอาศัยอยู่ประจำ และบ้านนั้นเป็นสมาชิกของกลุ่ม / ชมรม หรือ สหกรณ์ ที่ร่วมจัดกันเป็นโฮมสเตย์ในชุมชน โดยนักท่องเที่ยวสามารถเข้าพักร่วมกับเจ้าของบ้านได้ ซึ่งสมาชิกในบ้านมีความยินดีและเต็มใจที่จะรับนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งถ่ายทอดประเพณี วัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่นแก่นักท่องเที่ยวและพานักท่องเที่ยว เที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยว และทำกิจกรรมต่างๆเช่น เล่นน้ำตก ขี่จักรยาน นั่งเรือ เดินป่าศึกษาธรรมชาติ

โฮมสเตย์ในบางคลองร้อยสาย

ภาพที่แนบมา ภาพที่แนบมา


ที่ตั้ง เลขที่ 49 หมู่ 5 ตำบลบางชนะ อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฏร์ธานี ห่างจากตัวเมืองประมาณ 10 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 10 นาที มีบ้านพักทั้งหมด 5 หลัง สามารถรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 40 คน

จุดเด่น สัมผัสบรรยากาศร่มรื่นริมคลอง ล่องเรือชมหิ่งห้อยสองฝั่งแม่น้ำยามค่ำคืน เจ้าของบ้านต้อนรับด้วยอัธยาศัยไมตรี สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ในปัจจุบันสามารถต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ
ภาพที่แนบมา ภาพที่แนบมา


การเดินทาง การเดินทางโดยรถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางสายธนบุรี-ปากท่อ(ทางหลวงหมายเลข 35 ) จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 4 โดยผ่านจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร แล้วเข้าสู่เทางหลวงหมายเลข 41 จนถึงสุราษฏร์ธานี แล้วเข้าซอยศรีวิชัย 26 ตรงไปเรื่อยแล้วจะถึงบ้านพักโฮมสเตย์ และทางเรือลงทางท่าหลังเขื่อนแม่น้ำตาปี เจ้าของบ้านพักโฮมสเตย์จะนำเรือมารับที่ท่าเรือ ซึ่งก่อนการเดินทางเข้าพักสามารถโทรสอบถามข้อมูล และรายละเอียดก่อนการเดินทางกับชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวคลองร้อยสายน้ำตา ปี
ภาพที่แนบมา ภาพที่แนบมา


การ เดินทางโดยรถสารประจำทาง บริษัทขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินรถระหว่างกรุงเทพฯ- สุราษฎร์ธานี ทุกวันใช้เลาในการเดินทาง 11 ชั่วโมง รถออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนราชชนนีรายละเอียดติดต่อโทร. 02-434-5557-8 (รถธรรมดา) และ 02-435-1199,02-435-1200 (รถปรับอากาศ)
กิจกรรมของโฮมสเตย์
การท่องเที่ยวกลางวัน
- สัมผัสวิถีชีวิตของชาวคลองร้อยสายชมการสาธิตการจักรสานงานหัตถกรรม
- นมัสการจากหลวงพ่อข้าวสุก ณ วัดบางใบไม้
- ชิมขนมจากแสนอร่อย และฝึกทำขนมจาก
- อร่อยกับมะพร้าวน้ำหอมและผลไม้นานาชนิดสดจากสวน
- ประทับใจกับลิงแสนรู้ของศูนย์สาธิตการฝึกลิงเพื่อการเกษตร
- เลือกชมและซื้อผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP ที่ผลิตจากชุมชน
- เรียนรู้วิถีชีวิตของประมงพื้นบ้าน ด้วยการหาปลาในแม่น้ำตาปี
- ล่องเรือชมปากแม่น้ำตาปี – สักการะกรมหลวงชุมพรอุดมศักดิ์ – ชมป่าชายเลน
การท่องเที่ยวกลางคืน
- นั่งเรือชมหิ่งห้อยนับล้านตัวที่ต้นลำพูสองฝั่งแม่น้ำตาปี
อัตราค่าบริการ
ค่าที่พัก 100 บาท / คน / คืน
ค่าอาหาร 50 บาท / คน / มื้อ
ค่าเรือในการนั่งชมหิ่งห้อย(6 คน) 300 บาท / ลำ
ติดต่อได้ที่
นายพานุ ชำนาญเมือง ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวคลองร้อยสายน้ำตาปี
ที่อยู่: 49 หมู่ 5 ต.บางชนะ อ. เมือง จ. สุราษฎร์ธานี 8400
โทร: 077–205323, 08–6267-6695


ที่มา http://thai.tourismthailand.org/marketplace/content-147.html

ตำบลบางใบไม้



ตำบลบางใบไม้ เป็นตำบลในอำเภอเมืองจังหวัดสุราษฏร์ธานี มีพื้นที่ 10.14 ตารางกิโลเมตร 6,576 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มมีแม่น้ำไหลผ่าน ตั้งอยู่หางจากที่ว่าการอำเภอเมืองระยะทาง 2 กิโลเมตร ประกอบด้วย 5 หมู่บ้าน มีจำนวนประชากรในเขตอบต. 2,344 คนและจำนวนหลังคาเรือน 984 หลังคาเรือน

ประวัติ
ตำบลบางใบไม้อำเภอเมืองจังหวัดสุราษฏร์ธานีเป็นตำบลที่มีลำคลองเป็นจำนวนมากสองข้างเป็นป่าไม้เบญจพรรณ ในลำคลองจะมีใบไม้ลอยทับถมกันเป็นจำนวนมาก ทำให้น้ำขึ้นลงไม่สะดวกซึ่งเกิดขึ้นในทุกหมู่บ้านทั้งตำบลราษฏรจึงได้ให้ชื่อว่าตำบลบางใบไม้และสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบันนี้


ภูมิศาสตร์
ตั้งอยู่ฝั่งทะเลตะวันออกของภาคใต้ มีแม่น้ำตาปีซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญ ไหลผ่านจากทิศใต้ไปลงทะเลทางทิศเหนือที่อ่าวบ้านดอน
ข้อมูลสถานที่สำคัญของตำบล
    ทิศเหนือ ติดกับ ตำบลบางไทร อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฏร์ธานี
    ทิศใต้ ติดกับ แม่น้ำตาปี
    ทิศตะวันออก ติดกับ ตำบลบางชนะ อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฏร์ธานี
    ทิศตะวันตก ติดกับ ตำบลบางไทร อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฏร์ธานี
สถานที่ท่องเที่ยว
    องค์การบริหารตำบลบางใบไม้
    วัดบางใบไม้
    โรงเรียนบางใบไม้
    ตลาดกลางการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
    ตลาดนัดบ้านบางไผ่
    สถานีอนามัยตำบลบางใบไม้

cr.http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89






ล่องคลองบางใบไม้ ชมวิถีชาวสวน


ทั่วถิ่นแดนไทย ตอน ล่องคลองบางใบไม้ ชมวิถีชาวสวน จ.สุราษฎร์ธานี 

http://www.youtube.com/watch?v=T7A_r_iAZ4o

http://www.youtube.com/watch?v=nKx9Q7BxZc8

http://www.youtube.com/watch?v=Ks60ZG9A2x8

คลองร้อยสาย

เที่ยวในบาง (คลองร้อยสาย) สุราษฎร์ธานี

   คลองร้อยสาย  เป็นฉายาของดินแดนที่มีคลองเล็กๆมากมายในบางแม่น้ำตาปี อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี  ประกอบด้วย 6 ตำบลซึ่งยังคงรักษาเอกลักษณ์วิถีไทย จนเรียกได้ว่าเป็นชนบทในตัวเมืองเลยทีเดียว  ชาวบ้านเปี่ยมด้วยไมตรีจิต พร้อมที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนอย่างอบอุ่นดุจญาติพี่น้อง
         ผมไปรอพี่พาณุ  ชำนาญเมือง  ผู้ซึ่งเป็นประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวคลองร้อยสาย ที่ท่าน้ำเวลา 7 โมงเช้าเศษ  แวะทานอาหารเช้าที่ร้านอาหารอิสลามริมน้ำตาปีก่อน  และยังพอมีเวลาที่จะเดินถ่ายภาพบรรยากาศยามเช้า ของเมืองสุราษฎร์ฯ ที่ดูสงบเงียบราวกับว่าไม่ได้อยู่ในเขตเมืองเอาเสียเลย




         ประมาณ 8 โมงเช้า  เรือหางยาวขนาดบรรทุกคนสัก 8 ที่นั่งแล่นมาเทียบท่า  โดยมีชายวัยกลางคนผิวสีเข้ม รูปร่างสันทัดเป็นผู้บังคับเครื่องยนต์  ไม่ต้องบอกก็เดาได้ว่านี่คือ พี่พาณุ หลังจากทักทายและแนะนำตัวกันเรียบร้อยแล้วก็ลงเรือเตรียมเข้าคลอง  ยังไม่ทันติดเครื่องยนต์ พี่พาณุก็เล่าที่มาที่ไปของแม่น้ำตาปี การกำเนิดเกาะลำพู และภูมิศาสตร์คลองร้อยสาย ด้วยความเร็วประมาณ 100 กม./ชม. จนผมจับต้นชนปลายไม่ถูก.....




         ระหว่างล่องเรือก่อนเข้าคลองพี่พาณุชี้ให้ดูบ้านนายอำเภอหลังเก่าๆ ที่มีอายุกว่า 60 ปี เป็นเรือนแบบโบราณหลังคาทรงปั้นหยา มุงหลังคาด้วยกระเบื้องว่าว  และยังมีบ้านตึกที่สร้างไว้ให้นกนางแอ่นเข้ามาอาศัยทำรัง  เพื่อที่เจ้าของจะได้เก็บรังนกไปขายมีรายได้มากมายในแต่ละปี 



     
         บรรยากาศภายในบางร่มรื่นมาก เพราะเต็มไปด้วยป่าจากและสวนมะพร้าว....ยามน้ำลงอย่างนี้จะเห็นลูกจากที่แก่ และหลุดล่วงจากต้น ลอยน้ำมาเป็นระยะๆ  บ้างก็งอกเป็นต้นแล้ว บ้างก็ยัง พี่พาณุบอกว่าลูกจากนี้ลอยไปติดที่ใดก็จะขึ้นเป็นต้นจากให้เจ้าของบ้านได้ เก็บเกี่ยวผลประโยชน์  ใบจากเอามาห่อทำขนมจาก หรือทำเป็นหลังคากันฟ้าฝนได้ สมัยก่อนนำมาสานเป็นที่ตักน้ำไว้ใช้ที่เรียกว่า "หมาจาก" ได้อีกด้วย





          กำลังดื่มด่ำกับธรรมชาติเพลินๆ พี่พาณุก็หันหัวเรือเทียบท่าที่วัดบางใบไม้ พาขึ้นไปนมัสการหลวงพ่อข้าวสุก ที่เล่ากันว่าเกิดจากพระรูปหนึ่งที่นำไม้จันทน์ลงอักขระเป็นแกนกลางองค์พระ และนำข้าวสุกที่เหลือจากการฉันแล้ว มาปั้นขึ้นเป็นองค์พระ  เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวและศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนละแวกนั้น  ต่อมามีการสร้างพระทองเหลืองหุ้มหลวงพ่อข้าวสุกเอาไว้ โดยไม่มีรูปหลวงพ่อข้าวสุกองค์เดิมให้เห็นเลย.... น่าเสียดายครับ


 
           ก่อนจบทริปพี่พาณุพาไปแวะศูนย์ OTOP และโฮมสเตย์ ของป้าฉวี  กิ้มหยก ที่มีผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าวมาทำเป็นเครื่องประดับ สร้อยคอ สร้อยข้อมือ มากมายหลายแบบ มีที่ห้อยโทรศัพท์น่ารักๆ หมวกใบจาก กรอบรูปจากผ้า และอื่นๆ ......  ขณะเลือกชมสินค้าพี่พาณุนำน้ำจากดอกอัญชันใส่น้ำแข็งมาให้ดื่ม  รสชาดหอมหวานอมเปี้ยวจากการใส่น้ำมะนาวผสมเล็กน้อย ทำให้ผมชื่นใจหายเหนื่อยเลยทีเดียวครับ.... ผมเลือกซื้อสินค้า  OTOP ฝากเพื่อน 10 กว่าชิ้นเป็นการอุดหนุนเศรษฐกิจ ไทยช่วยไทยตามที่รัฐบาลบอกไว้งัยล่ะครับ
            ผมนั่งคุยกับคุณยายกิ้มเนี๊ยว  กิ้มหยก อายุ 94 ปี คุณแม่ของป้าฉวี  ที่แม้อายุเกือบร้อยปี แต่ยังดูแข็งแรง พูดจาฉะฉาน ท่านอวยพรให้ราวกับว่าผมเป็นลูกหลานคนหนึ่ง.... เป็นความอบอุ่นที่น่าประทับใจอย่างยิ่งที่ผมไม่ค่อยเจอที่ใดมาก่อน


 



            ก่อนกลับแวะไปเยี่ยมบ้านพี่พาณุที่ทำเป็นโฮมสเตย์ และมีกิจกรรมค่ายเยาวชนศึกษาธรรมชาติ วิถีชีวิตชาวบ้าน  ดังสโลแกน  "ชมนก ตกปู ดูลิง หิ่งห้อย ร้อยคลอง ล่องบาง" หากใครสนใจก็ติดต่อสอบถามกันได้ที่เบอร์ 086-267-6695 พี่พาณุแกใจดีมากครับ....







         อ้อ....พี่พาณุ แกบอกว่าการตกปูนั้น...จะทำได้ก็ตอนที่น้ำทะเลเข้ามาในแม่น้ำตาปีมากๆ เดือนใหนลืมแล้วอ่ะ... ลองโทรไปสอบถามดูนะครับ  และการชมหิ่งห้อยนั้นจะชมตอนกลางคืนซึ่งพี่เขาบอกว่าที่มีเยอะมาก มากกว่าที่อัมพวาเสียอีกจริงหรือเปล่าเชิญไปพิสูจน์กันครับ.....
ลองปรับแสงสีในโปรแกรม P/S cs ดูแปลกตาดี
           ตอนเย็นแวะไปทานอาหารที่ร้านลำพู 2  พระอาทิตย์กำลังตกดินสวยมาก... แต่ด้วยกล้องคอมแพ็ค เลยถ่ายภาพมาไม่ได้สวยดังใจ...แต่อยากให้ชมกันครับ...
           อาหารที่ร้านอร่อยมากครับ...แต่ว่าเสียดายที่ผมมีปัญหาเรื่องคอเรสเตอรอล และกรดยูริกสูง  เลยอดทานกุ้งและหอยนางรมตัวโตเลย

cr.http://www.oknation.net/blog/TD-stou/2009/05/02/entry-1  Kraprunfai 

วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ประเภทของเรือไทย

 ประเภทของเรือไทย

    แบ่งตามฐานะ คือเรือหลวงกับเรือราษฏร

เรือหลวง คือเรือที่ราษฎรไม่มีสิทธิ์นำมาใช้ ถือเป็นของสูง เช่น เรือพระราชพิธีในกระบวนพยุหยาตรา  ชลมารค เรือพระที่นั่งกิ่ง เรือพระที่นั่งศรี เป็นต้น
เรือราษฎรได้แก่เรือทั่วๆ ไปที่ใช้ตามแม่น้ำลำคลอง

    แบ่งตามชนิด คือเรือขุดและเรือต่อ

ซึ่งยังอาจแบ่งออกเป็น 2 พวก คือเรือแม่น้ำพวกหนึ่ง เรือทะเลพวกหนึ่ง เรือแม่น้ำคือเรือที่ใช้ไปมาในแม่น้ำลำคลอง เป็นเรือขุดหรือเรือต่อ ได้แก่ เรือมาด เรือหมู เรือพายม้า เรือม่วง เรือสำปั้น เรืออีแปะ เรืออีโปง เรือบด เรือป๊าบ เรือชะล่า เรือเข็ม เรือสำปันนี เรือเป็ด เรือผีหลอก เรือเอี้ยมจุ๊น เรือข้างกระดาน เรือกระแชง เรือยาว เรือมังกุ เป็นต้น ส่วนเรือทะเลคือเรือที่ใช้ไปมาในทะเลและเลียบชายฝั่ง เป็นชนิดเรือต่อ ได้แก่ เรือฉลอม เรือฉลอมท้ายญวน เรือเป็ดทะเล เรือกุแหละ หรือเรือกุไหล่ เรือโล้ เรือสำเภา เรือปู เป็นต้น

    แบ่งโดยกำลังที่ใช้แล่น เช่น เรือพาย เรือกรรเชียง เรือแจว เรือโล้ เรือถ่อ เรือใบ
cr.http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2