เที่ยวในบาง (คลองร้อยสาย) สุราษฎร์ธานี
คลองร้อยสาย เป็นฉายาของดินแดนที่มีคลองเล็กๆมากมายในบางแม่น้ำตาปี อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ประกอบด้วย 6 ตำบลซึ่งยังคงรักษาเอกลักษณ์วิถีไทย จนเรียกได้ว่าเป็นชนบทในตัวเมืองเลยทีเดียว ชาวบ้านเปี่ยมด้วยไมตรีจิต พร้อมที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนอย่างอบอุ่นดุจญาติพี่น้องผมไปรอพี่พาณุ ชำนาญเมือง ผู้ซึ่งเป็นประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวคลองร้อยสาย ที่ท่าน้ำเวลา 7 โมงเช้าเศษ แวะทานอาหารเช้าที่ร้านอาหารอิสลามริมน้ำตาปีก่อน และยังพอมีเวลาที่จะเดินถ่ายภาพบรรยากาศยามเช้า ของเมืองสุราษฎร์ฯ ที่ดูสงบเงียบราวกับว่าไม่ได้อยู่ในเขตเมืองเอาเสียเลย
ประมาณ 8 โมงเช้า เรือหางยาวขนาดบรรทุกคนสัก 8 ที่นั่งแล่นมาเทียบท่า โดยมีชายวัยกลางคนผิวสีเข้ม รูปร่างสันทัดเป็นผู้บังคับเครื่องยนต์ ไม่ต้องบอกก็เดาได้ว่านี่คือ พี่พาณุ หลังจากทักทายและแนะนำตัวกันเรียบร้อยแล้วก็ลงเรือเตรียมเข้าคลอง ยังไม่ทันติดเครื่องยนต์ พี่พาณุก็เล่าที่มาที่ไปของแม่น้ำตาปี การกำเนิดเกาะลำพู และภูมิศาสตร์คลองร้อยสาย ด้วยความเร็วประมาณ 100 กม./ชม. จนผมจับต้นชนปลายไม่ถูก.....
ระหว่างล่องเรือก่อนเข้าคลองพี่พาณุชี้ให้ดูบ้านนายอำเภอหลังเก่าๆ ที่มีอายุกว่า 60 ปี เป็นเรือนแบบโบราณหลังคาทรงปั้นหยา มุงหลังคาด้วยกระเบื้องว่าว และยังมีบ้านตึกที่สร้างไว้ให้นกนางแอ่นเข้ามาอาศัยทำรัง เพื่อที่เจ้าของจะได้เก็บรังนกไปขายมีรายได้มากมายในแต่ละปี
บรรยากาศภายในบางร่มรื่นมาก เพราะเต็มไปด้วยป่าจากและสวนมะพร้าว....ยามน้ำลงอย่างนี้จะเห็นลูกจากที่แก่ และหลุดล่วงจากต้น ลอยน้ำมาเป็นระยะๆ บ้างก็งอกเป็นต้นแล้ว บ้างก็ยัง พี่พาณุบอกว่าลูกจากนี้ลอยไปติดที่ใดก็จะขึ้นเป็นต้นจากให้เจ้าของบ้านได้ เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ ใบจากเอามาห่อทำขนมจาก หรือทำเป็นหลังคากันฟ้าฝนได้ สมัยก่อนนำมาสานเป็นที่ตักน้ำไว้ใช้ที่เรียกว่า "หมาจาก" ได้อีกด้วย
กำลังดื่มด่ำกับธรรมชาติเพลินๆ พี่พาณุก็หันหัวเรือเทียบท่าที่วัดบางใบไม้ พาขึ้นไปนมัสการหลวงพ่อข้าวสุก ที่เล่ากันว่าเกิดจากพระรูปหนึ่งที่นำไม้จันทน์ลงอักขระเป็นแกนกลางองค์พระ และนำข้าวสุกที่เหลือจากการฉันแล้ว มาปั้นขึ้นเป็นองค์พระ เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวและศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนละแวกนั้น ต่อมามีการสร้างพระทองเหลืองหุ้มหลวงพ่อข้าวสุกเอาไว้ โดยไม่มีรูปหลวงพ่อข้าวสุกองค์เดิมให้เห็นเลย.... น่าเสียดายครับ
ก่อนจบทริปพี่พาณุพาไปแวะศูนย์ OTOP และโฮมสเตย์ ของป้าฉวี กิ้มหยก ที่มีผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าวมาทำเป็นเครื่องประดับ สร้อยคอ สร้อยข้อมือ มากมายหลายแบบ มีที่ห้อยโทรศัพท์น่ารักๆ หมวกใบจาก กรอบรูปจากผ้า และอื่นๆ ...... ขณะเลือกชมสินค้าพี่พาณุนำน้ำจากดอกอัญชันใส่น้ำแข็งมาให้ดื่ม รสชาดหอมหวานอมเปี้ยวจากการใส่น้ำมะนาวผสมเล็กน้อย ทำให้ผมชื่นใจหายเหนื่อยเลยทีเดียวครับ.... ผมเลือกซื้อสินค้า OTOP ฝากเพื่อน 10 กว่าชิ้นเป็นการอุดหนุนเศรษฐกิจ ไทยช่วยไทยตามที่รัฐบาลบอกไว้งัยล่ะครับ
ผมนั่งคุยกับคุณยายกิ้มเนี๊ยว กิ้มหยก อายุ 94 ปี คุณแม่ของป้าฉวี ที่แม้อายุเกือบร้อยปี แต่ยังดูแข็งแรง พูดจาฉะฉาน ท่านอวยพรให้ราวกับว่าผมเป็นลูกหลานคนหนึ่ง.... เป็นความอบอุ่นที่น่าประทับใจอย่างยิ่งที่ผมไม่ค่อยเจอที่ใดมาก่อน
ก่อนกลับแวะไปเยี่ยมบ้านพี่พาณุที่ทำเป็นโฮมสเตย์ และมีกิจกรรมค่ายเยาวชนศึกษาธรรมชาติ วิถีชีวิตชาวบ้าน ดังสโลแกน "ชมนก ตกปู ดูลิง หิ่งห้อย ร้อยคลอง ล่องบาง" หากใครสนใจก็ติดต่อสอบถามกันได้ที่เบอร์ 086-267-6695 พี่พาณุแกใจดีมากครับ....
อ้อ....พี่พาณุ แกบอกว่าการตกปูนั้น...จะทำได้ก็ตอนที่น้ำทะเลเข้ามาในแม่น้ำตาปีมากๆ เดือนใหนลืมแล้วอ่ะ... ลองโทรไปสอบถามดูนะครับ และการชมหิ่งห้อยนั้นจะชมตอนกลางคืนซึ่งพี่เขาบอกว่าที่มีเยอะมาก มากกว่าที่อัมพวาเสียอีกจริงหรือเปล่าเชิญไปพิสูจน์กันครับ.....
ลองปรับแสงสีในโปรแกรม P/S cs ดูแปลกตาดี
อาหารที่ร้านอร่อยมากครับ...แต่ว่าเสียดายที่ผมมีปัญหาเรื่องคอเรสเตอรอล และกรดยูริกสูง เลยอดทานกุ้งและหอยนางรมตัวโตเลย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น